เรื่องย่อ ล่ารักล่าแค้น (Shark) ตอนที่ 5

อีซูมาที่บ้านหลังใหม่หลังเลิกเรียน เมื่อมองว่าเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสวยอีซูก็ถึงกับตกตะลึง พอเห็นพ่อ (ฮัน ยองมาน) และน้องสาว (ฮัน อีฮยอน) กำลังช่วยกันขนของลงจากรถอีซูก็รีบวิ่งไปช่วย น้องสาวของเขาวิ่งมาบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่าบ้านหลังนี้ใหญ่มากและสวนก็กว้างมากๆ ด้วย คุณถามอีซูว่าถ้าหากดูดาวจากตรงนี้จะเห็นดาวชัดมากๆ ใช่ไหม เมื่ออีซูตอบว่าใช่น้องสาวตัวน้อยก็วิ่งนำเข้าไปในบ้านอย่างสุขสบาย ปรากฏว่าครอบครัวอีซูเป็นเพียงผู้อาศัยในบ้านหลังดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เขาและคนในครอบครัวได้รับอนุเครือญาติให้อาศัยอยู่ในมุมเล็กๆ ของบ้าน (แต่ก็เป็นสัดส่วนและใหญ่กว่าตอนที่อาศัยอยู่ในบ้านเจ้านายคนอื่นๆ) พ่อบอกเขาว่าถึงไม่ค่อยสะดวกแต่ก็ขอให้อดทน อีซูบอกพ่อว่าเขาอยู่ได้และไม่รู้สึกอึดอัดอะไร

ระหว่างเดินกลับบ้านแฮอูเห็นข่าวฉาวของพ่อกับผู้ประกาศสาวบนหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อกลับถึงบ้านแฮอูก็พบว่า “ยู ซอนยอง” แม่ของคุณกำลังนั่งข่มใจเรื่องพ่อ แฮอูเอ่ยปากทักทายตามมารยาทแล้วเดินขึ้นบันไดไปทันที ปรากฏว่า “โจ อีซอน” พ่อของคุณกลับบ้านเร็วกว่าปกติ เมื่อมาถึงเขาก็ถามแม่บ้านว่าวันนี้เป็นวันเกิดของแฮอูใช่ไหม พอเห็นเมียนั่งหน้าหงิกอยู่บนโซฟาเขาก็หน้าถอดสี แต่พอเห็นแฮอูเขาก็ยิ้มแล้วถามว่าอยากทานอะไร เขารู้ว่าแฮอูชอบซูชิเลยชวนไปทานซูชิข้างนอก พร้อมด้วยบอกว่าหากคุณไม่อยากออกไปทานข้าวข้างนอก ตนจะสั่งอาหารของโรงแรมมาให้ทาน (พ่อแฮอูเป็นผู้ตัดสินผู้จัดการโรงแรมคาย่า) แต่แฮอูบอกพ่อว่าคุณเลิกชอบซูชิแล้ว หลังพยายามข่มใจอยู่นานในที่สุดแม่ของแฮอูก็ระงับโทสะเอาไว้ไม่อยู่ คุณจึงปาหนังสือพิมพ์ใส่พ่อแฮอู แม่บ้านปาร์กเห็นดังนั้นจึงส่งสัญญาณบอกให้แฮอูขึ้นไปบนห้อง เพราะไม่อยากให้แฮอูเห็นและได้ยินพ่อกับแม่สมุทราะกัน

ซอนยองต่อว่าสามีเรื่องข่าวฉาว แต่อีซอนยังคงปากแข็งและยืนกรานว่าไม่ใช่เรื่องจริง ซอนยองได้ยินดังนั้นก็ยิ่งโมโหจึงปาแจกันใส่สามีด้วยความโกรธ แฮอูซึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดหันกลับไปดูพ่อแม่ด้วยความสะดุ้ง อีซูกับพ่อและน้องสาว (ซึ่งยืนอยู่ด้านนอกประตูกระจก) ต่างพากันตกตะลึงเมื่อเห็นเหตุการณ์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น อีซอนยืนกรานว่าตนไม่ได้มียก้ตามที่เป็นข่าว ทำให้ถูกซอนยองสาดน้ำใส่หน้า อีซอนโกรธมาก เขากล่าวหาว่าซอนยองเป็นฮีสทีเรีย* แฮอูรับไม่ได้ที่เห็นพ่อแม่สมุทรากันเพราะผู้หญิงคนอื่นจึงเดินลงบันไดและเผลอเหยียบเศษแก้ว ถึงกระนั้นคุณก็ยังคงเดินต่อ แม่บ้านปาร์กเห็นดังนั้นจึงรีบเดินตามไปดู

เรื่องย่อ มหัศจรรย์กระบี่เจ้าพิภพ (Swords of Legends) ตอนที่ 6

เมื่อนักพรตจื่ออิ้นเดินทางไปถึงอูเหมิงก็พบว่าทุกคนโดนฆ่าหมดแล้ว คงมีเพียงหยุนซีที่นอนหายใจรวยรินเคียงคู่กระบี่เฝินจี้ นักพรตจื่ออิ้นเห็นพลังมารในตัวหยุนซีจึงรู้ทันทีว่าวิญญาณกระบี่เฝินจี้ได้เผ่านาอยู่สิงสู่อยู่ในตัวหยุนซีแล้ว เขาจึงรีบพาหยุนซี (และกระบี่เฝินจี้) ไปที่โยวตู และพบฉิงเสี่ยที่หน้าประตูทางเข้าพอดี (คุณกำลังจะหนีออกไปตามหาพี่ชาย) ฉิงเสี่ยเห็นสภาพหยุนซีก็รู้ทันทีว่าเขากำลังทุกข์ทรมานเพราะมีพลังมารแผดเผาอยู่ในตัว คุณจึงช่วยร่ายมนต์สะกดจนทำให้อาการเจ็บปวดของหยุนซี
ทุเลาลง

เมื่อได้พบท่านยายแห่งโยวตู นักพรตจื่ออิ้นก็ขอให้ช่วยรักษาหยุนซี ท่านยายกล่าวว่าเฝินจี้เป็นกระบี่มารที่มีมาแต่โบราณ ตอนนี้พลังปิดผนึกของเทพหนี่วาได้เสื่อมลงแล้ว และพลังมารก็ออกจากกระบี่ไปสิงอยู่ในร่างของหยุนซี ในไม่ช้าหยุนซีจะถูกพลังมารเข้าครอบงำและเขาก็จะนำกระบี่เฝินจี้มาทำลายโลกมนุษย์ ที่คุณทำได้จึงมีเพียงสะสมพลังโยวตูแล้วทำพิธีปิดผนึกพลังมารของกระบี่เฝินจี้อีกที ครั้นพอท่านยายแห่งโยวตูขอกระบี่เฝินจี้ นักพรตจื่ออิ้นก็มีทีท่าลังเลและถามว่าหากท่านยายทำเช่นนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับหยุนซี ท่านยายตอบตามตรงว่า ตอนนี้กระบี่เฝินจี้และหยุนซีได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้ว หากกำจัดวิญญาณของกระบี่ หยุนซีก็จะเสียชีวิตตามไปด้วย

นักพรตจื่ออิ้นได้ยินดังนั้นจึงแย้งว่าหยุนซีพึ่งอายุได้ 10 ปี ทุกคนในครอบครัวของเขาล้วนตายเพราะกระบี่เฝินจี้ ผู้อาวุโสคนหนึ่งแย้งว่าหากไม่ทำพิธีปิดผนึกกระบี่เฝินจี้จะมีผู้บริสุทธิ์สังเวยชีวิตให้กระบี่เล่มนี้อย่างมาก นักพรตจื่ออิ้นแย้งกลับว่าทุกคนในอูเหมิงต่างก็ต้องสละชีวิตเพื่อให้กระบี่เล่มนี้ มีเพียงหยุนซีเท่านั้นที่รอดชีวิตมาได้ แม้เฝินจี้จะเป็นกระบี่มารที่ทรงพลังแต่ก็ไม่อาจควบคุมร่างกายของเด็ก 10 ขวบให้ไปเข่นฆ่าใครได้ หากทางโยวตูต้องการปิดผนึกกระบี่ก็ต้องรักษาชีวิตของหยุนซีด้วย ถ้าทำไม่ได้ตนก็ไม่อาจส่งมอบกระบี่ให้ ท่านยายได้ยินดังนั้นจึงถามนักพรตจื่ออิ้นว่า แม้จะมีอีกหลายชีวิตที่ต้องสูญเสียไปเพราะกระบี่เล่มนี้ นักพรตจื่ออิ้นก็ไม่สนใจเลยหรือ นักพรตจื่ออิ้นตอบว่าสำหรับตนแล้วจะชีวิตเดียวหรือล้านชีวิตก็ไม่แตกต่างกัน ดังนั้น หยุนซีจึงมีสิทธิที่จะอยู่ต่อ และไม่ควรมีใครมาชี้เป็นชี้ตายแทนเจ้าตัว

บรรดาผู้อาวุโสแห่งโยวตูได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโกรธจึงคิดที่จะลงมือสั่งสอนนักพรตจื่ออิ้น ท่านยายเห็นดังนั้นก็รีบห้ามเอาไว้ หลังจากนั้นท่านยายก็ขอเวลาหารือกับเหล่าผู้อาวุโสแห่งโยวตูก่อน โดยบอกให้นักพรตจื่ออิ้นรอฟังคำตอบอยู่ที่โยวตู เมื่อท่านยายขอให้นักพรตจื่ออิ้นวางใจและมอบกระบี่เฝินจี้ให้ตน นักพรตจื่ออิ้นจึงยอมมอบกระบี่ให้แต่โดยดี

เรื่องย่อ หนุ่มออฟฟิศพิชิตฝัน (Misaeng) ตอนที่ 8

ซังฮยอนถามคือแรว่าจบจากที่ไหน เขาคาดว่าจะได้ยินชื่อมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกจากปากของคือแร แต่แล้วซังฮยอนและพนักงานฝึกหัดคนอื่นๆ ก็ถึงกับอึ้ง เมื่อคือแรตอบตามตรงว่าตนมีวุฒิเทียบเท่าระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเพียงแค่นั้นหลังทานอิ่มแล้วเหล่าพนักงานฝึกหัดก็พร้อมใจกันเดินออกจากโรงอาหารโดยทิ้งคือแรไว้ตามลำพัง ยองอีเห็นคือแรนั่งทานข้าวคนเดียวจึงขอนั่งด้วยและกล่าวขอโทษที่คุณพูดจาล่วงเกินเขาก่อนหน้านี้ คือแรรับคำขอโทษหน้าตาเฉย ทำให้ยองอีรู้สึกแปลกใจเพราะปกติแล้วคนทั่วไปชอบบอกว่าไม่เป็นไร

หลังเลิกงานคือแรเดินกลับบ้านอย่างห่อเหี่ยว เขานึกถึงตอนที่แอบได้ยินพนักงานฝึกหัดคนอื่นๆ เอ่ยถึงตนอย่างดูถูก ทุกคนไม่พอใจที่บริษัทเลือกปฏิบัติโดยรับคนที่ขาดคุณสมบัติเข้าทำงาน รองหัวหน้าทีมข้างทรัพยากร (ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของเหล่าพนักงานฝึกหัดในกลุ่มซัง ฮยอนและเพ็คกี) บอกทุกคนให้ทำใจและเป็นมิตรกับคือแรเข้าไว้ เพราะคือแรคงทำงานที่นี่ได้ไม่นาน (บริษัทไม่ที่ว่างสำหรับคนอย่างเขา) ระหว่างทางกลับบ้านคือแรเห็นเหล่าพนักงานออฟฟิศพากันมานั่งสังสรรค์หลังเลิกงานอย่างแฮปปี้จึงอดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ พอ กลับถึงบ้านคือแรก็โยนเกมพาตุกใส่ตู้เสื้อผ้าด้วยความโกรธ

ตั้งแต่เล็กจนโตคือแรทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับการเรียนรู้ ฝึกฝน และแข่งขันเกมพาตุก ด้วยหวังว่าสักวันจะเป็นผู้เล่นมืออาชีพ หลังนึกถึงเรื่องราวในอดีตแล้วเขาก็พูดประโยคเดิมกับคนดูว่า “หนทางไม่ได้มีไว้ให้คนเดินเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีไว้เพื่อให้ให้คนก้าวไปสู่จุดหมาย หนทางที่ไม่อาจไปต่อได้ย่อมไม่ใช่หนทาง หนทางเปิดกว้างสำหรับทุกคน แต่ใช่ว่าทุกคนจะก้าวไปบนหนทางนั้นได้…”

ครั้งหนึ่งอาจารย์ขอให้คือแรหยุดทำงานพาร์ทไทม์ถ้ายังอยากเเป็นนักเล่นเกมพาตุกระดับมืออาชีพ อาจารย์รู้ว่าครอบครัวของคือแรยากจนแถมพ่อก็กำลังป่วย แต่การลงแข่งขันในคราวนี้จะเป็นเครื่องชี้ชะตาของเขา และเป็นโอกาสสุดท้ายที่เขาจะได้ลงแข่งขันในนามชมรมเด็กนักเรียน หากไม่ชนะในปีนี้โอกาสที่เขาจะได้เป็นนักแข่งมืออาชีพก็จะเลือนลางลง (ที่ผ่านมาคือแรมัวแต่ห่วงหน้าพะวงหลังจนทำให้เสียสมาธิและพ่ายแพ้หลายครั้งทั้งๆ ที่เล่นเก่งขั้นเทพ แถมยังอ่านตำราพาตุกระหว่างทำงานพาร์ทไทม์อีกด้วย) โชคร้ายที่พ่อของเขามาด่วนจากไปเสียก่อน และนั่นก็เป็นจุดสิ้นสุดของหนทางในการไล่ล่าความฝัน (เขาลงแข่งในช่วงที่กำลังไว้ทุกข์ให้พ่อและแพ้การแข่งขันชิงแชมป์ระดับผู้เรียน)

เรื่องย่อ จอมกษัตริย์ตำนานอักษร (Deep Rooted Tree) ตอนที่ 6

โตลบ๊กเองก็แอบขโมยสิ่งของบางสิ่งบางอย่างมาให้ทัมเช่นกัน พอคิดว่าเป็น ‘ยอนจี’ (ชาดทาปาก) ทัมก็ตื่นเต้นดีใจ โตลบ๊กทำหน้าเศร้าพลางชี้ว่าที่กระปุกมีรอยแตกนิดหน่อย ทัมจึงปลอบใจว่าไว้คราวหน้าค่อยขโมยยอนจีที่ไม่มีตำหนิมาให้คุณใหม่ โตลบ๊กรับปากจากนั้นขอให้ทัมไปขโมยด้ายมาเพิ่มจะได้ปักอักษรบนถุงผ้าให้เสร็จ ซึ่งทัมเองก็รับปากเช่นกัน โตลบ๊กเห็นทัมทาปากทั้งๆ ที่ไม่กระจกจึงช่วยทาให้ เขาไม่เพียงทาปากให้คุณ แต่ยังแต้มสีเป็นจุดลงบนแก้มทั้งสองข้างของทัม (เหมือนจุดแดงบนแก้มเจ้าสาว) อีกด้วย

เมื่อทั้งคู่เดินกลับมาที่บ้านใต้เท้าชิม-อน ก็พบว่ามีทหารจำนวนมากบุกมาที่บ้านและใช้ไม้ทุบตีเหล่าทาสรับใช้อย่างโหดเหี้ยม โตลบ๊กเห็นพ่อโดนทหารเตะและทุบตีจึงรีบเข้าไปช่วยและพาพ่อหนีออกมา ถือว่ายังโชคดีที่ในตอนนั้นพ่อของทัมไม่อยู่ในบ้าน คุณจึงรีบหนีไปพร้อมโตลบ๊กและซ็อกซัม พอรู้ว่าเหล่าทหารบุกมาจับใต้เท้าชิม-อนซึ่งเป็นถึงพระสสุระของพระราชา ชิมจองจึงตำหนิแล้วถามว่าใครกันช่างบังอาจ พอรู้ว่าทหารทำตามราชโองการเขาก็ถึงกับอึ้ง ขณะที่นายหญิงอัน (เมียใต้เท้าชิม-อน) ถึงกับเป็นลมล้มพับ

หลังพาพ่อหนีออกมาแล้วโตลบ๊กก็ช่วยพันแผลให้ แต่ซ็อกซัมยังคงห่วงนายหญิงจึงพยายามที่จะกลับไปช่วย โตลบ๊กจึงมัดมือมัดเท้าซ็อกซัมเอาไว้แล้วบอกว่าตนจะกลับไปดูลาดเลาที่บ้านใต้เท้าชิม-อนเอง โตลบ๊กเห็นทัมเป็นห่วงพ่อเลยปลอบว่าพ่อของคุณไม่อยู่ในบ้านจึงน่าจะหนีไปก่อนหน้านั้นแล้ว จากนั้นก็ชวนคุณไปดักรอพ่อที่หน้าบ้านใต้เท้าชิม-อน

เมื่อ “พระมเหสีโซฮยอน” ทราบข่าวว่าอาของตนถูกทหารหลวงบุกไปจับตัวถึงในบ้านก็รู้สึกตกอกตกใจ ขณะที่น้องชายและคนใกล้ชิดของใต้เท้าชิม-อนถูกนำตัวมาไต่สวนและทรมานเพื่อให้บังคับให้ยอมรับ ส่วนอดีตพระราชาตลอดจนเหล่าบรรดาขุนนางพากันมานั่งตกปลา ครั้นอดีตพระราชาจับปลาได้เป็นคนแรกเหล่านักดนตรีก็เริ่มบรรเลงเพลง (แต่จับได้แล้วพระองค์ก็ปล่อยปลาลงน้ำตามเดิม) มัลแซงเผ่านาทูลว่า “คัง ซังอิน” ให้การพาดพิงถึงบุคคล 3 คน (ปาร์ค ซ็อบ, ลีควาน, ชิมจอง) ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครยอมพูดให้ร้ายใต้เท้าชิม-อนแม้จะถูกทรมานอย่างหนัก อดีตพระราชาไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงยังคงดึงดันทั้งๆ ที่รู้ว่าพระองค์วางหมากไว้หมดแล้ว มัลแซงทูลอย่างเป็นกังวลใจว่าถ้าทุกคนยังปากแข็งอย่างนี้ต่อไปมีหวังอยู่ไม่พ้นคืนนี้แน่ แต่อดีตพระราชาโยนเบ็ดลงไปในน้ำอย่างใจเย็น ก่อนถามถึงพระเจ้าเซจงซึ่งเป็นพระโอรสและพระราชาองค์ปัจจุบัน

เรื่องย่อ โอละพ่อ…ละครอลเวง (The King of Dramas) ตอนที่14

จินวานสั่งเลขาของตน (เลขาคิม) ให้รีบติดต่อนักเขียนลี มีฮุน (นักเขียนบทมือหนึ่ง) ก่อนแอนโธนี่ และให้โอนทุกสายที่เลขาชเวต่อให้แอนโธนี่มาที่โต๊ะของตน ในตอนนั้นแอนโธนี่กำลังหว่านล้อมนักเขียนคิม (ซึ่งอยู่ในสายหนึ่ง) โดยบอกว่าตนจะให้ค่าจ้างมากกว่าบริษัทเชกุก 10 ล้านวอน (จาก 30 เป็น 40 ล้านวอนต่อตอน หรือตอนละกว่า 1.2 ล้านบาท) เมื่อเลขาชเวบอกว่านักเขียนปาร์ครออยู่ที่สายสอง แอนโธนี่ก็ขอให้นักเขียนคิมรอสายและลองพิจารณาดูให้ดี เลขาคิมจึงฉวยโอกาสโอนสายนักเขียนคิมไปที่ห้องของจินวาน พอรู้ว่าแอนโธนี่จะจ่ายค่าเขียนบทให้นักเขียนคิมตอนละ 40 ล้านวอน จินวานก็ขำกลิ้ง เขาบอกนักเขียนคิมว่าแอนโธนี่เพิ่งจะโดนไล่ออกแถมคำพูดยังเชื่อถือไม่ได้ จากนั้นก็เตือนว่านักเขียนคิมเซ็นสัญญากับบริษัทตนแล้ว ถ้าจะฉีกสัญญามีหวังโดนปรับอ่วมแน่ๆ

แอนโธนี่ (ซึ่งบอกให้เลขาของตนพยายามติดต่อนักเขียนลี และรอสายนักเขียนลีอยู่) คิดว่านักเขียนปาร์คเป็นห่วงเรื่องค่าปรับจึงบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง หากได้เม็ดเงินลงทุนแล้วตนจะรีบเคลียร์ให้ทันที จากนั้นก็ย้ำว่าตนคือ…แอนโธนี่! ด้านจินวานกล่าวกับนักเขียนคิมว่า ตนยอมรับว่าแอนโธนี่ทั้งเก่งและมีไหวพริบ แต่อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้แอนโธนี่แก้บทละครเรื่องแรงรักแรงแค้นของนักเขียนจองจนเละเทะ

แอนโธนี่บอกนักเขียนปาร์คว่าตนไม่ได้ทำบทเละตุ้มเปะ แต่ทำให้ละครแรงรักแรงแค้นมีเรตติ้งทะลุ 30% และขึ้นแท่นชั้นหนึ่งต่างหาก เขารับปากว่าจะดูแลนักเขียนปาร์คดุจนักเขียนแห่งชาติและจะเทกระเป๋าจ่ายค่าจ้างให้ตอนละ 50 ล้านวอน (กว่า 1.2 ล้านบาท) ดังนั้น จึงขอให้นักเขียนปาร์คลองคิดดูและอย่าพึ่งจะวายสาย พอพักสายนักเขียนปาร์คแล้วแอนโธนี่ก็ถามเลขาชเวว่าติดต่อนักเขียนลีได้หรือยัง พอรู้ว่ายังติดต่อไม่ได้เขาก็กลับไปคุยกับนักเขียนคิมอีกรอบ แต่นักเขียนคิมอ้างว่ายังคิดไม่ตกเลยขอเวลาคิดดูก่อน

ในที่สุด เลขาชเวก็โอนสายนักเขียนลีมาให้แอนโธนี่จนได้ แอนโธนี่กำลังจะคุยกับนักเขียนบทคนสำคัญ แต่แล้วอยู่ๆ โกอึนก็หิ้วถังบรรจุน้ำส้มเผ่านาในห้องและสาดน้ำส้มใส่แอนโธนี่ทันที (ในมือของเขายังคงถือโทรศัพท์อยู่) หลังเอาคืนแอนโธนี่แล้ว โกอึนก็ประกาศก้องว่า “ชั้น…ลี โกอึน! คนที่ถูกทำลายอนาคตในแวดวงนี้…เพราะคุณ!”

เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรติดตามชมได้ใน “โอละพ่อ…ละครอลเวง (The King of Dramas)” ทางช่อง 7 สี

เรื่องย่อ หม่าฟู่หยา หัวใจเพื่อบัลลังก์ (The Glamorous Imperail Concubine) ตอนที่ 4

ทหารแคว้นฉู่เห็นฟู่หย่าหนีเข้าไปซ่อนตัวในที่ประทับชั่วคราวของรัชผู้สืบสกุลเหลียนเฉิง จึงบุกไปขอให้ทหารองครักษ์ของแคว้นเป่ยฮั่นส่งตัวฟู่หย่ามาให้พวกตน (ทหารเป่ยฮั่นไม่รู้ว่ามีผู้บุกรุก ขณะที่ทหารแคว้นฉู่ไม่รู้ว่ารอบๆดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นที่ประทับชั่วคราวของรัชผู้สืบสกุลเหลียนเฉิง จึงเกิดการเผชิญหน้าและหันอาวุธเข้าหากัน) เหลียนเฉิงซึ่งกำลังเบื่อชีวิตและอยากหนีจากการเป็นองค์รัชผู้สืบสกุล  ไม่รู้ว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเป็นใครและบุกรุกเผ่านาโดยมีจุดหมายอะไรกันแน่ จึงใช้มีดสั้นจ่อไปที่ลำคอของคุณเพื่อให้เป็นการข่มขู่พลางถามว่าคุณเป็นใคร ฟู่หย่าตอบเพียงว่าตนก็แค่ต้องการหลบหนี เหลียนเฉิงซึ่งกำลังรู้สึกอึดอัดและอยากหลบหนีเช่นกันถามฟู่หย่าว่า คิดว่าหนีพ้นหรือ ฟู่หย่าตอบว่าต่อให้หนีไม่พ้นตนก็ต้องคิดหาหนทางหลบหนีให้ได้

หลังถูกบีบให้ส่งตัวนักโทษ ผู้ติดตามรัชผู้สืบสกุลเหลียนเฉิงจึงบอกทหารแคว้นฉู่ว่าพวกตนเป็นผู้อัญเชิญราชสาสน์จากแคว้นเป่ยฮั่น เขาไม่รู้ว่าฟู่หย่าแอบเผ่านาซ่อนตัวจึงกล่าวว่าน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่ทหารแคว้นฉู่ไม่สนใจและพยายามบุกเข้าไปตรวจค้น ปรากฏว่าฟู่หย่าจับตัวรัชผู้สืบสกุลเหลียนเฉิงเป็นตัวประกัน จากนั้นก็ร้องขอม้า 1 ตัวแล้วพารัชผู้สืบสกุลเหลียนเฉิงหนีไป ทหารแคว้นฉู่จะตามไปจับกุมฟู่หย่า แต่ถูกทหารเป่ยฮั่นขวางเอาไว้เพราะเกรงว่าองค์ชายรัชผู้สืบสกุลของพวกตนจะเป็นอันตราย

“หม่าเซียงอวิ๋น” (ธิดาของหม่าอี้ฟาง) ซ้อมเต้นระบำบัวทองแล้วเกิดพลาดล้มลงต่อหน้าต่อตาสาวใช้ คุณจึงสั่งให้ทหารนำตัวสาวใช้คนดังที่ได้กล่าวมาแล้วไปตัดหัวเพื่อให้เป็นการปิดปาก เพราะกลัวว่าหากเรื่องนี้ถูกแพร่งพรายออกไปจะทำให้ภาพลักษณ์ของการเป็นองค์หญิงที่สวยและเก่งที่สุดในแคว้นฉู่เสียหาย จิ้งรั่วปลอบใจเซียงอวิ๋นว่าระบำบัวทองเป็นการร่ายรำที่ค่อนข้างยาก สมัยที่ตนเรียนก็พลาดล้มบ่อยๆ  ที่สำคัญความชำนาญในการร่ายรำของเซียงอวิ๋นในตอนนี้ถือว่าดียิ่งกว่านางรำเกือบทุกคนแล้ว เซียงอวิ๋นได้ยินดังนั้นจึงรู้ว่ายังมีคนที่ร่ายรำได้ดีมากยิ่งกว่าคุณ ถึงกระนั้นคุณก็ลั่นวาจาว่าจะไม่ยอมเป็นสองรองใคร เซียงอวิ๋นถามจิ้งรั่วว่าลีลาการร่ายรำของตนสู้ฟู่หย่าได้ไหม พอเห็นจิ้งรั่วอ้ำอึ้งไม่ยอมตอบ เซียงอวิ๋นก็รู้ว่าความชำนาญของตนยังไม่อาจเทียบชั้นหม่าฟู่หย่า

เรื่องย่อ รักทะลุมิติ (Love Weaves Through a Millennium) ตอนที่ 8

พอรู้ว่าตนเองทำพลาดเซียงเซียงก็ไปนั่งดื่มเหล้าแก้กลุ้มตามลำพังเพราะคิดว่าคงไม่ได้รับเลือกแน่ เมื่อจินจิงโทรฯ มาถามผลการออดิชั่น เซียงเซียงก็บอกว่าไม่มีหวังและโทษว่าเป็นความผิดของอวี๋เฟย หากคุณรู้แต่แรกว่าอวี๋เฟยรับบทพระราชาธิราชฮั่นเฉิง คุณไม่มีวันไปออดิชั่นละครเรื่องนี้เด็ดขาด หลังจากนั้นเซียงเซียงก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้จินจิงฟัง แม้จะเข้าใจความรู้สึกของเซียงเซียงและคิดว่าอวี๋เฟยสมควรโดนตบ แต่จินจิงอดตำหนิไม่ได้ที่เซียงเซียงไม่เป็นมืออาชีพและทำลายโอกาสดีๆ ของตนเอง เซียงเซียงจึงเปรียบจินจิงเป็นหลวงจีนฝาไห่ที่ไม่เข้าใจความรัก (ฝาไห่เป็นพระเถระผู้มีอาคมสูงที่พยายามขัดขวางความรักระหว่างบัณฑิตชายหนุ่มกับปิศาจงูขาว – ในวรรณกรรมและละครนางพญางูขาว) จินจิงคิดว่าเซียงเซียงเริ่มพูดเพ้อเจ้อจึงถามว่าคุณเมาเหล้าหรือเมารักกันแน่ เซียงเซียงโกหกว่าคุณดื่มแค่ขวดเดียว จากนั้นก็ตัดบทด้วยการบอก (โกหก) ว่าถึงแม้จะไม่ผ่านการคัดเลือกแต่เป็นอย่างงี้ก็ดีเหมือนกัน (เพราะไม่ต้องร่วมงานกับอวี๋เฟย)

ขณะยืนรอรถเมล์ มีเบอร์แปลกๆ โทรเผ่านือถือของเซียงเซียง ครั้นพอคุณรับสายก็รู้สึกแปลกใจเมื่อพบว่าเป็นอวี๋เฟย อวี๋เฟยตัดพ้อว่าเซียงเซียงทำเกินไปเพราะนอกจากจะไม่มีเบอร์ตนแล้ว คุณยังจำเสียงของตนไม่ได้อีกด้วย อวี๋เฟยมองว่าเซียงเซียงพูดลิ้นพันกันจึงถามว่าคุณเมาหรือ เขาอ้างว่าตนรู้สึกไม่ค่อยสบายและกำลังจะไปโรงพยาบาลเลยอยากให้เซียงเซียงมาเยี่ยม แต่เซียงเซียงไม่หลงกลซ้ำยังถามกึ่งประชดว่าร่างกายเขาย่ำแย่เพราะปาร์ตี้กับสาวๆ หนักเกินไปงั้นหรือ อวี๋เฟยแหย่ว่าใบหน้าตนผิดรูปเพราะเซียงเซียง ก่อนบ่นว่าที่ผ่านมาตนงานยุ่งมากทำให้พักน้อยเกินไป แถมยังนอนไม่ค่อยหลับอีกด้วย

เซียงเซียงเตือนว่าอย่าหาเงินแบบหักโหมมากเกินไป ที่ผ่านมาเขามักอดหลับอดนอนแถมยังไม่คอยทานอาหารแล้วจะหลับสนิทได้อย่างไร คุณรู้ว่าเขากำลังจะออกไปสังสรรค์จึงไม่อยากเสวนาเรื่องไร้สาระด้วย พอรู้ว่าเซียงเซียงจะวางสาย อวี๋เฟยจึงถามว่าไม่อยากรับบทสวี่ฮองเฮาหรือ เซียงเซียงได้ยินดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกโกรธ คุณยอมรับว่าตนอยากเล่นบทนี้ใจจะขาด จากนั้นก็ตำหนิเขาที่ดันยั่วโมโหคุณจนทำให้การออดิชั่นเละไม่เป็นท่า คุณห้ามไม่ให้เขาเผ่านายุ่งเรื่องของคุณอีกเพราะตอนนี้พวกตนไม่มีความเกี่ยวข้องกันแล้ว และพูดกรอกหูเขาว่าอย่าชำรุดทรุดโทรมารบกวนคุณอีก จากนั้นก็ตัดสายทิ้งทันที

เรื่องย่อ 4 พยัคฆ์ มือปราบพญายม (The Four 2015)

บทประพันธ์: เวินรุ่ยอัน (หรือ “อุนสุยอัน” – นักเขียนนวนิยายกำลังภายในชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน)
กำกับ: เหลียงเซิ่งเฉวียน (ชาวฮ่องกง), หวงจวิ้นเหวิน (ชาวฮ่องกง)
เขียนบท: หยางหลินเยี่ยน, หวังจาง
แนวละคร: กำลังภายใน
จำนวนตอน: 48
ออกอากาศ: จีน – 17 มีนาคม 2558 – 3 มิถุนายน 2558 ทางหูหนานทีวี
ไทย – ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 02.10 น. ทางช่อง 7 สี (ช่อง 35) ตั้งแต่คืนวันที่ 8 พฤษภาคม 2560 – 5 กรกฎาคม 2560
เรื่องย่อ

ในยุคกลางของราชวงศ์หมิงมีสุดยอดผู้พิทักษ์ที่คอยปกป้องคุ้มครองเมืองหลวงจากจอมวายร้ายจนโด่งดังเป็นที่เลื่องลือ ประกอบด้วย “จูเก่อเจิ้งหว่อ” ผู้บัญชาการจวน “เสินโหว” (ที่ตั้งหน่วยสืบสวนสอบปากคำพิเศษและองครักษ์ที่ขึ้นตรงต่อฮ่องเต้) และสี่สุดยอดมือปราบชายหนุ่มรูปงาม ได้แก่ “เหลิ่งเซว่” (เลือดเย็น), “อู๋ฉิง” (ไร้ใจ), “จุยมิ่ง” (ล่าวิญญาณ) และ “เถี่ยโส่ว” (หมัดเหล็ก)

แต่แล้วอยู่ๆ ก็เกิดคดีสะเทือนขวัญขึ้นในเมืองหลวงหลังสี่จอมวายร้าย (เยี่ยนจ้าว, ถังโฉว, ถูหว่าน และจ้าวห่าว) ซึ่งถูกจูเก่อเจิ้งหว่อจับตัวและจองจำมานานกว่าสิบปี ได้แหกคุกใต้ดินเทียนซานและถูก “อันซื่อเกิ่ง” ส่งมาท้าประลองกับสี่มือปราบชายหนุ่มซึ่งเป็นลูกศิษย์ของจูเก่อเจิ้งหว่อแบบตัวต่อตัว หลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดชนิดผ่านวันผ่านคืน ในที่สุดสี่ยอดมือปราบก็สามารถจับตัวจอมวายร้ายทั้งสี่ได้ แต่สุดท้ายกลับถูกคนของ “ลิ่วซ่านเหมิน” (องค์กรพิเศษของทางการ มีหน้าที่หลักในการไต่สวนและพิจารณาคดีทั่วไปในยุทธภพ แต่ก็ทำการสืบสวนด้วยเช่นกัน) แย่งผลงานด้วยการคุมตัวสี่จอมวายร้ายไปไต่สวนเสียเองโดยอ้างว่าเป็นที่รับผิดชอบของพวกตน แถม “หานหลง” ผู้บัญชาการหน่วยลิ่วซ่านเหมินยังนำป้ายทองพระราชทานของฮ่องเต้มาข่มขู่สี่ยอดมือปราบอีกตามเคย

นึกไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วอันซื่อเกิ่งส่งสี่จอมวายร้ายมาเป็นเหยื่อล่อเพื่อให้เบี่ยงเบนความสนใจของสี่ยอดมือปราบและหน่วยลิ่วซ่านเหมิน เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือการส่งนางจิ้งจอกเก้าหางไปฆ่าล้างครัวสี่ขุนนางใหญ่ในราชสำนักหมายทำให้ราชสำนักและบัลลังก์ฮ่องเต้ซวดเซ สี่ยอดมือปราบจึงแยกย้ายกันลงที่ทางไต่สวนตามคำสั่งจูเก่อเจิ้งหว่อ หานหลงเห็นดังนั้นจึงสั่งให้ลูกน้องสะกดรอยตามยอดมือปราบทั้งสี่ หลังตรวจตราที่ทางเกิดเหตุสี่ยอดมือปราบพบว่าวิธีฆ่าของคนร้ายนั้นไม่ธรรมดาและไม่ทิ้งร่อยรอยอะไรก็แล้วแต่มิหนำซ้ำศพของเหยื่อทุกรายยังสลายหายไปต่อหน้าต่อตาทุกคนอีกด้วย

เรื่องย่อ ยองซอน ยอดหญิงหัวใจทระนง (Firstborn) ตอนที่ 3

ปรากฏว่าคืนนั้นมีพายุจริงๆ ระหว่างขนถ่ายของกลางสมุทรท่ามกลางสายฝน คีแพ็กอดสงสัยไม่ได้ว่าของในกล่องที่ตนกำลังขนลงเรือเล็กอีกลำคืออะไร เมื่อไม่ได้รับคำตอบเขาจึงถามคนบนเรือซ้ำๆ เพราะไม่อยากทำเรื่องผิดกฏหมาย คนบนเรือรู้สึกรำคาญจึงเร่งให้เขารีบขนของก่อนที่ยามฝั่งจะมา เมื่อได้ยินดังนั้นคีแพ็กจึงเปิดกล่องออกดูทำให้รู้ว่าตนกำลังทำงานให้แก๊งลักลอบขนของเถื่อน คีแพ็กขอยุติการทำงานกลางคันและยื่นเงินคืนให้คนบนเรือแต่คนบนเรือขอให้เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและช่วยทำงานให้เสร็จ ทันใดนั้นก็มีคลื่นลูกใหญ่ซัดใส่ทั้งคู่

 

ขณะที่ยองซอนกำลังเล่านิทานให้น้องๆ ฟังฆ่าเวลาระหว่างรอพ่อแม่ ได้มีชายคนหนึ่งแบกจองชิมมาส่งที่บ้าน เมื่อยองซอนตื่นมากลางดึกก็พบแม่นั่งจมกองเลือดในสภาพหายใจรวยริน  (ด้านหลังศีรษะคุณมีแผลฉกรรจ์)  หลังฝากฝังน้องๆ ไว้กับยองซอนแล้วแม่ของคุณก็สิ้นใจ หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนพบศพคีแพ็กรอบๆชายหาด ยองซอนกับน้องๆ จึงต้องแปลงเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่นั้นมา และนั่นก็เป็นจุดเริ่มที่ทำให้ยองซอนต้องแบกรับภาระหน้าที่ในการเป็นเสาหลักและที่พึ่งพิงของน้องๆ ทั้งสี่คนแทนพ่อกับแม่ ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้นติดตามชมได้ใน “ยองซอน ยอดหญิงหัวใจทระนง (Firstborn)” ทางไทยรัฐทีวี

 

* เนื้อหาโดย luvasianseries / ภาพจาก เจทีบีซี

 

ดาราหนัง

 

ดารานำ

ยูน จองฮี

รับบท คิม ยองซอน

 

“คิม ยองซอน” เป็นพี่สาวคนโตในจำนวนพี่น้อง 5 คน หลังพ่อแม่เสียชีวิตในเวลาไล่เลี่ยกัน คุณจึงต้องแปลงเป็นเสาหลักและที่พึ่งพิงให้กับน้องๆ โดยอดทนทำงานหนักเพื่อให้ให้ทุกคนอยู่รอดและเสียสละให้น้องๆ ได้เรียนหนังสือหมายให้ทุกคนมีอนาคตที่ดี ถึงกระนั้นคุณก็เป็นคนรักเรียนจึงเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านการอ่านหนังสือ แม้คุณจะมีคนรักและมีผู้ชายถึงสองคนที่รักคุณ แต่คุณยอมสละความสุขส่วนตนแล้วเลือกที่จะอุทิศชีวิตของตนเพื่อให้น้องๆ

 

แจฮี

รับบท ปาร์ค ซุนแท็ก

 

“ปาร์ค ซุนแท็ก” เป็นชายชายหนุ่มที่มีรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์และรักยองซอนอย่างสุดหัวใจ แม้เขาจะอายุมากกว่ายองซอนไม่กี่ปีแต่มักทำตัวเหมือนกับเป็นผู้ปกครองของคุณ  เขาบอกยองซอนเสมอว่าหากคุณรักษาความดีงามเอาไว้ สี่งดีๆ จะเผ่านาในชีวิตคุณ ความจริงแล้วเขาอยากเป็นนักประพันธ์แต่เลือกเรียนด้านกฏหมายเพื่อให้จะได้เป็นทนายตามความปรารถนาของพ่อแม่

 

โอ ยุนอา

รับบท ลี จีซุก

 

“ลี จีซุก” เป็นบุตรสาวของ “ลี ซังนัม” กับ “ลีชิล” แต่ถูกเลี้ยงดูโดยพี่เลี้ยงเพราะแม่ของคุณป่วยเป็นโรคเรื้อรัง คุณจึงอิจฉายองซอนที่ได้รับความรักจากแม่ของคุณ

 

ปาร์ค แจจอง

รับบท ลี อินโฮ

 

“ลี อินโฮ” เป็นลูกชายคนโตของ “ลี ซังนัม” กับ “ลีชิล” ทั้งยังเป็นรักแรกของ “ยองรัน” แต่เขาไม่เคยสนใจคุณเพราะในใจเขามีแต่ยองซอน

 

น้องๆ ของยองซอน

เรื่องย่อ มังกรหยก (The Legend of the Condor Heroes 2017)

บทประพันธ์: จินยง [กิมย้ง]
กำกับ: เจี่ยงเจียจวิ้น (ชาวฮ่องกง)
เขียนบท: เฉินอวี้เฉิน, หวังจื้อชี, จ้าวเวยน่า, สวีเทา
แนวละคร: กำลังภายใน
จำนวนตอน: 52
ออกอากาศ: จีน – 9 มกราคม 2560 ทางดราก้อนทีวี
ไทย – ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 12.45-13.30 น. (รีรัน 02.15 – 03.00 น.) ทางช่อง 3 เอชดี (หมายเลข 33) ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2561 – 11 ตุลาคม 2561
ละคร “มังกรหยก (The Legend of the Condor Heroes 2017)” นำเสนอเรื่องราวในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ (ค.ศ. 1127 – 1279) เนื้อหากล่าวถึงชะตาชีวิตของ “กัวจิ้ง” [ก๊วยเจ๋ง] กับ “หยางคัง” [เอี้ยคัง] ซึ่งต่างก็เป็นลูกของพี่น้องร่วมสาบานที่ถูกปรักปรำว่าเป็นกบฏ มารดาของทั้งคู่ (ซึ่งต่างกำลังตั้งครรภ์) จึงหนีกระเซอะกระเซิงไปคนละทาง โดยกัวจิ้ง [ก๊วยเจ๋ง] กับแม่ระเหเร่ร่อนไปเติบใหญ่ในแผ่นดินมองโกลของเจงกิสข่าน และได้เป็นศิษย์ของ “เจ็ดแปลกแห่งเจียงหนาน” [เจ็ดแปลกแห่งกังหนำ] ส่วนหยางคัง [เอี้ยคัง] เติบโตอย่างสุขสบายในตำหนักของ “หวันเหยียนหงเลี่ย” [อ้วงง้วนอั้งเลียก] หรือ “อ๋องหก” แห่งอาณาจักรต้าจิน [ไต้กิม] โดยเป็นศิษย์ของนักพรต “ชิวฉู่จี” [คูยก่กี] แห่ง “สำนักเฉวียนเจิน” [สำนักช้วนจินก่า]

* ทั้งมองโกลและต้าจินต่างเป็นศัตรูผู้รุกรานราชวงศ์ซ่งใต้ และต้าจินคือชนชาติที่ทำให้ราชวงศ์ซ่งเหนือล่มสลาย

18 ปีต่อมา กัวจิ้ง [ก๊วยเจ๋ง] ได้รับคำสั่งจากอาจารย์ให้เดินทางลงใต้ทำให้ได้พบและรักกับ “หวงหรง” [อึ้งย้ง] แต่ความรักของทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามอย่างมาก หลังอาจารย์ทั้งห้าถูกฆ่าตายบนเกาะดอกท้อ กัวจิ้ง [ก๊วยเจ๋ง] จึงไปจากหวงหรง [อึ้งย้ง] ด้วยความรู้สึกโกรธแค้น แต่หลังผ่านปัญหาและอุปสรรคนานัปการ ทั้งคู่ก็สมหวังในความรัก ส่วนทางด้านหยางคัง [เอี้ยคัง] ซึ่งหลงใหลในลาภยศสรรเสริญและยอมรับศัตรูเป็นบิดา ซ้ำยังข่มเหงรังแกคนชาติเดียวกัน ไม่อาจหลีกหนีเวรกรรมพ้นจึงตายอย่างน่าอนาถที่วัดเถี่ยเชียงในเมืองเจียซิง

กัวจิ้ง [ก๊วยเจ๋ง] กับหวงหรง [อึ้งย้ง] ออกผจญภัยในยุทธภพด้วยกัน ทำให้ได้พบเหล่ายอดความสามารถอย่างมาก หลังได้รับการถ่ายทอดวิชาจากเหล่าจอมยุทธ ความสามารถของกัวจิ้ง [ก๊วยเจ๋ง] ก็พัฒนาจนสามารถชำระแค้นให้พ่อและอาจารย์ได้สำเร็จ หลังพบตำราพิชัยสงคราม “อู่มู่อี๋ซู” ที่หวันเหยียนหงเลี่ย [อ้วงง้วนอั้งเลียก] พยายามตามหาหมายนำมาปราบมองโกลและซ่ง (ผู้ประพันธ์สมมุติว่าตำราดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเขียนโดย “แม่ทัพเยว์เฟย” [งักฮุย] ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นขุนพลแห่งราชวงศ์ซ่งใต้ที่ต้าจินเกรงขาม) กัวจิ้ง [ก๊วยเจ๋ง] จึงนำความรู้ในตำรามาใช้ปกป้องบ้านเมือง นอกจากนี้ เขายังร่วมการประลองยุทธบนเขาหัวซานอีกด้วย (เขาเป็นหนึ่งในห้ายอดความสามารถยุคที่ 2 )