Tag Archives: ตัวอย่างภาพยนตร์

เรื่องย่อดวงใจในมนตรา

คุณมีหัวใจ แต่ไม่บริบูรณ์ และพร้อมที่จะตายได้ทุกเมื่อ ขณะที่เขาถูกสาปให้ไม่มีหัวใจ และแปลงเป็นคนที่ไม่มีวันตาย ความปรารถนาสูงสุดของคุณคือการมีชีวิตและใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด ขณะที่ของเขาคือทำอย่างไรก็ได้ที่จะได้ตาย การได้กลับมามีชีวิตเพื่อให้ที่จะตายคือสิ่งล้ำค่ายอดปรารถนาของเขา แต่มันจะมีความหมายอะไร หากต้องแลกด้วยชีวิตของผู้หญิงอันเป็นที่รัก ไฟแค้นคุโชนที่คลุ้มคลั่งถั่งโถมผู้อื่น สุดท้ายกลายมาแผดผลาญใจเจ้าของจนมอดไหม้หมด แม้เศษธุลีก็มีเหลือ คุณ…สาปเขาให้ต้องไร้หัวใจไปชั่วกัลปาวสาน เขา…เป็นอมตะ เพื่อให้รอคอยคุณทุกภพชาติให้ถอนคำสาป

เรื่องราวของ พชร นายหัวหน้าผู้หล่อเหลาแห่งเกาะมุกดำ เขาเป็นอดีตนักรบแห่ง ตารวะปุรัม อาณาจักร โบราณเมื่อกว่าพันปีก่อน สิ่งที่พชรต้องการมากที่สุดคือ ความตาย เพราะเขาถูก มทิรา อดีตคนรักสาปแช่งให้ต้องมีชีวิตอยู่ตราบชั่วนิรันดร์ ทำให้เขาไม่เคยเจ็บ ไม่เคยตาย และต้องทุกข์ทนจากการเห็นคนที่รักตายจากไปตลอดพันกว่าปี

พชรมีเป้าหมายคือ เขาต้องได้ครอบครองเพชรน้ำเอก ดวงใจนักรบ ซึ่งแท้จริงแล้วเพชรนั้นก็คือหัวใจของเขา หากเขาได้มันกลับคืนมาก็เท่ากับว่าจะมีชีวิตอีกที และจะตายได้ พชรจึงเฝ้าคอยตามหามทิราและเพชรดวงใจนักรบอยู่ตลอดพันกว่าปี

ดวงใจในมนตรา
แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้พบกับ พราวพลอย ศิลปินที่มีโรคหัวใจเป็นโรคประจำตัว พราวพลอยมีหน้าตาที่เหมือนมทิรา ทำให้พชรเข้าใจผิดและจับคุณไปที่เกาะมุกดำ ก่อนที่ทั้งสองจะค่อย ๆ มองเห็นจิตใจอันดีงามของอีกข้าง และรักกันในที่สุด ต่อมาพราวพลอยล้มป่วยลงทำให้พชรต้องพาคุณออกมาจากเกาะ ก่อนจะรู้ว่าพราวพลอยไม่ใช่มทิรา ทว่าเป็นลตา น้องสาวบุญธรรมในอดีตชาติที่เขาหลงรักแต่พยายามหลอกหัวใจตัวเอง มทิราในภพปัจจุบันจึงจับตัวพราวพลอยไป และให้พชรเลือกระหว่างหญิงสาวกับเพชรดวงใจนักรบ พชรเลือกพราวพลอยอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็พบว่าหัวใจของเขาจะมีอยู่ได้ก็ด้วยหญิงคนรัก ไม่ใช่เพชรเม็ดนั้น สำหรับเขาแล้วการกลับมามีชีวิตอยู่เพื่อให้ตายนั้นคงเป็นสิ่งที่มีคำที่สุด แต่มันจะมีความหมายอะไร หากผู้หญิงที่เขารักต้องตายจากไป เขายอมสละความสุขทั้งหมดของตนเองเพื่อให้คนที่รักได้อย่างไม่ลังเลเลยสักนิดเดียว ติดตามชมละคร ดวงใจในมนตรา ได้เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 3 กด 33

Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 10/14

วันรุ่งขึ้น อึมจาบุกมาสอดแนมที่ตำหนักพระมเหสีโดยมีนางในอารักขาซึ่งเป็นคนของคีชอลคอยเปิดทางให้ สาเหตุที่เขาบุกเผ่านาถึงตำหนักในเป็นเพราะต้องการสอดแนมอึนซูที่เผ่านาตรวจดูอาการของพระมเหสี อีกด้านหนึ่งชเวยองก็กำลังหงุดหงิดเมื่อรู้ว่าชุงซอกทำรายชื่อเหล่าบัณฑิตหาย ซ้ำร้ายกลุ่มซูริบังยังฝากโทลแบมาเตือนชเวยองให้คอยระวังชอน อึมจา เพราะตอนนี้อึมจาซึ่งมีวิชาหูทิพย์กำลังตามสอดแนมอึนซูอยู่ ชเวยองได้ยินดังนั้นจึงรีบไปหาอึนซูที่ตำหนักพระมเหสีทันที

ในตอนนั้น อึมจากำลังใช้วิชาหูฟังแอบฟังอึนซูอยู่บนหลังคา… หลังตรวจดูรอยแผลที่ลำคอพระมเหสีแล้ว อึนซูก็ทูลว่าแผลของพระองค์หายเร็วมากอีกไม่นานก็มองแทบไม่เห็นรอยแผลเป็นแล้ว อึนซูรู้ว่าพระเจ้าคงมินทรงเป็นห่วงพระมเหสีมาก จึงทูลเชิญพระองค์ให้เสด็จเผ่านาดูใกล้ๆ พระเจ้าคงมินเห็นและก็ตรัสอย่างชื่นชมว่าเป็นอย่างที่อึนซูพูดจริงๆ

พระมเหสีตรัสถามเรื่องที่อึนซูเพิ่งจะช่วยชีวิตคนไข้รายหนึ่ง อึนซูรีบออกตัวว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ พระเจ้าคงมินจึงตรัสว่าคนไข้ของอึนซูเป็นบุตรชายของเจ้าหน้าที่ระดับสูงแห่งมณฑลซังซอง เขาเดินทางมาที่เมืองแค-กยองกับบิดา หากเขาต้องมาจบชีวิตที่นี่พระองค์คงตกที่นั่งลำบาก (บิดาของอี ซองเก คือ อี จาชุน หรืออูลูสบุคา ซึ่งเป็นนายพลเกาหลีที่รับใช้มองโกลแห่งราชวงศ์หยวน และเป็นผู้บังคับบัญชามณฑลซังซองที่ถูกมองโกลยึดไป)

ชเวซังกุงกล่าวเสริมว่า เขาเป็นบุตรชายคนที่สองของแม่ทัพอี จาชุน นามว่า “อี ซองเก” อึนซูแทบช็อคเมื่อรู้ว่าคนที่คุณพึ่งจะช่วยชีวิตคือ “อี ซองเก” คุณรำพึงรำพันกับตัวเอง “รึว่าเขาจะเป็น…รึว่าเขาจะเป็น… เขาคงไม่ใช่อี ซองเกคนนั้นใช่ไหม คนที่ถูกจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์… ใช่ อี ซองเกคนนั้นรึเปล่า” อึนซูเดินไปหาหมอหลวงชางบินแล้วถามว่า หากไม่ได้คุณช่วยรักษาพระมเหสีคงสวรรคตไปแล้วใช่ไหม เมื่อหมอชางตอบว่าใช่ อึนซูจึงกล่าวต่อว่าหากคุณไม่เดินทางไปพบองค์ชายคยองชาง พระองค์คงไม่สิ้นพระชนม์เพราะยาพิษ ในตอนนั้นองค์ชายเป็นเนื้องอกชนิดร้ายแรง แม้มีเหตุให้สิ้นพระชนม์ก็ต้องไม่ใช่เพราะเสวยยาพิษนั่น

พระเจ้าคงมินเห็นอึนซูพูดจาแปลกๆ จึงตรัสถามหมอชางว่าอึนซูพูดเรื่องอะไร อึนซูซึ่งยังคงตกอยู่ในภวังค์รำพึงรำพันต่อว่า “เด็กชายหนุ่มคนนั้น ถ้าชั้นไม่ช่วยรักษาเขา เขาจะตายไหม เด็กคนนั้น…ถ้าเขาเป็นอี ซองเกที่ชั้นรู้จัก… นี่มันอะไรกัน” อึนซูทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าพระมเหสีอย่างอ่อนแรง พระเจ้าคงมินตรัสถามอึนซูว่าคุณรู้จักอี ซองเกด้วยหรือ อึนซูหันไปทูลพระเจ้าคงมินว่า “เด็กคนนั้น อีกหน่อย…. อีกหน่อย … ตระกูลอี… ราชวงศ์โชซอน” อึนซูรีบเอามือปิดปากตนเองด้วยความสะดุ้งที่พลั้งปากพูดออกมา

เรื่องย่อ ล่ารักล่าแค้น (Shark) ตอนที่ 5

อีซูมาที่บ้านหลังใหม่หลังเลิกเรียน เมื่อมองว่าเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสวยอีซูก็ถึงกับตกตะลึง พอเห็นพ่อ (ฮัน ยองมาน) และน้องสาว (ฮัน อีฮยอน) กำลังช่วยกันขนของลงจากรถอีซูก็รีบวิ่งไปช่วย น้องสาวของเขาวิ่งมาบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่าบ้านหลังนี้ใหญ่มากและสวนก็กว้างมากๆ ด้วย คุณถามอีซูว่าถ้าหากดูดาวจากตรงนี้จะเห็นดาวชัดมากๆ ใช่ไหม เมื่ออีซูตอบว่าใช่น้องสาวตัวน้อยก็วิ่งนำเข้าไปในบ้านอย่างสุขสบาย ปรากฏว่าครอบครัวอีซูเป็นเพียงผู้อาศัยในบ้านหลังดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เขาและคนในครอบครัวได้รับอนุเครือญาติให้อาศัยอยู่ในมุมเล็กๆ ของบ้าน (แต่ก็เป็นสัดส่วนและใหญ่กว่าตอนที่อาศัยอยู่ในบ้านเจ้านายคนอื่นๆ) พ่อบอกเขาว่าถึงไม่ค่อยสะดวกแต่ก็ขอให้อดทน อีซูบอกพ่อว่าเขาอยู่ได้และไม่รู้สึกอึดอัดอะไร

ระหว่างเดินกลับบ้านแฮอูเห็นข่าวฉาวของพ่อกับผู้ประกาศสาวบนหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อกลับถึงบ้านแฮอูก็พบว่า “ยู ซอนยอง” แม่ของคุณกำลังนั่งข่มใจเรื่องพ่อ แฮอูเอ่ยปากทักทายตามมารยาทแล้วเดินขึ้นบันไดไปทันที ปรากฏว่า “โจ อีซอน” พ่อของคุณกลับบ้านเร็วกว่าปกติ เมื่อมาถึงเขาก็ถามแม่บ้านว่าวันนี้เป็นวันเกิดของแฮอูใช่ไหม พอเห็นเมียนั่งหน้าหงิกอยู่บนโซฟาเขาก็หน้าถอดสี แต่พอเห็นแฮอูเขาก็ยิ้มแล้วถามว่าอยากทานอะไร เขารู้ว่าแฮอูชอบซูชิเลยชวนไปทานซูชิข้างนอก พร้อมด้วยบอกว่าหากคุณไม่อยากออกไปทานข้าวข้างนอก ตนจะสั่งอาหารของโรงแรมมาให้ทาน (พ่อแฮอูเป็นผู้ตัดสินผู้จัดการโรงแรมคาย่า) แต่แฮอูบอกพ่อว่าคุณเลิกชอบซูชิแล้ว หลังพยายามข่มใจอยู่นานในที่สุดแม่ของแฮอูก็ระงับโทสะเอาไว้ไม่อยู่ คุณจึงปาหนังสือพิมพ์ใส่พ่อแฮอู แม่บ้านปาร์กเห็นดังนั้นจึงส่งสัญญาณบอกให้แฮอูขึ้นไปบนห้อง เพราะไม่อยากให้แฮอูเห็นและได้ยินพ่อกับแม่สมุทราะกัน

ซอนยองต่อว่าสามีเรื่องข่าวฉาว แต่อีซอนยังคงปากแข็งและยืนกรานว่าไม่ใช่เรื่องจริง ซอนยองได้ยินดังนั้นก็ยิ่งโมโหจึงปาแจกันใส่สามีด้วยความโกรธ แฮอูซึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดหันกลับไปดูพ่อแม่ด้วยความสะดุ้ง อีซูกับพ่อและน้องสาว (ซึ่งยืนอยู่ด้านนอกประตูกระจก) ต่างพากันตกตะลึงเมื่อเห็นเหตุการณ์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น อีซอนยืนกรานว่าตนไม่ได้มียก้ตามที่เป็นข่าว ทำให้ถูกซอนยองสาดน้ำใส่หน้า อีซอนโกรธมาก เขากล่าวหาว่าซอนยองเป็นฮีสทีเรีย* แฮอูรับไม่ได้ที่เห็นพ่อแม่สมุทรากันเพราะผู้หญิงคนอื่นจึงเดินลงบันไดและเผลอเหยียบเศษแก้ว ถึงกระนั้นคุณก็ยังคงเดินต่อ แม่บ้านปาร์กเห็นดังนั้นจึงรีบเดินตามไปดู

เรื่องย่อ มหัศจรรย์กระบี่เจ้าพิภพ (Swords of Legends) ตอนที่ 6

เมื่อนักพรตจื่ออิ้นเดินทางไปถึงอูเหมิงก็พบว่าทุกคนโดนฆ่าหมดแล้ว คงมีเพียงหยุนซีที่นอนหายใจรวยรินเคียงคู่กระบี่เฝินจี้ นักพรตจื่ออิ้นเห็นพลังมารในตัวหยุนซีจึงรู้ทันทีว่าวิญญาณกระบี่เฝินจี้ได้เผ่านาอยู่สิงสู่อยู่ในตัวหยุนซีแล้ว เขาจึงรีบพาหยุนซี (และกระบี่เฝินจี้) ไปที่โยวตู และพบฉิงเสี่ยที่หน้าประตูทางเข้าพอดี (คุณกำลังจะหนีออกไปตามหาพี่ชาย) ฉิงเสี่ยเห็นสภาพหยุนซีก็รู้ทันทีว่าเขากำลังทุกข์ทรมานเพราะมีพลังมารแผดเผาอยู่ในตัว คุณจึงช่วยร่ายมนต์สะกดจนทำให้อาการเจ็บปวดของหยุนซี
ทุเลาลง

เมื่อได้พบท่านยายแห่งโยวตู นักพรตจื่ออิ้นก็ขอให้ช่วยรักษาหยุนซี ท่านยายกล่าวว่าเฝินจี้เป็นกระบี่มารที่มีมาแต่โบราณ ตอนนี้พลังปิดผนึกของเทพหนี่วาได้เสื่อมลงแล้ว และพลังมารก็ออกจากกระบี่ไปสิงอยู่ในร่างของหยุนซี ในไม่ช้าหยุนซีจะถูกพลังมารเข้าครอบงำและเขาก็จะนำกระบี่เฝินจี้มาทำลายโลกมนุษย์ ที่คุณทำได้จึงมีเพียงสะสมพลังโยวตูแล้วทำพิธีปิดผนึกพลังมารของกระบี่เฝินจี้อีกที ครั้นพอท่านยายแห่งโยวตูขอกระบี่เฝินจี้ นักพรตจื่ออิ้นก็มีทีท่าลังเลและถามว่าหากท่านยายทำเช่นนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับหยุนซี ท่านยายตอบตามตรงว่า ตอนนี้กระบี่เฝินจี้และหยุนซีได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้ว หากกำจัดวิญญาณของกระบี่ หยุนซีก็จะเสียชีวิตตามไปด้วย

นักพรตจื่ออิ้นได้ยินดังนั้นจึงแย้งว่าหยุนซีพึ่งอายุได้ 10 ปี ทุกคนในครอบครัวของเขาล้วนตายเพราะกระบี่เฝินจี้ ผู้อาวุโสคนหนึ่งแย้งว่าหากไม่ทำพิธีปิดผนึกกระบี่เฝินจี้จะมีผู้บริสุทธิ์สังเวยชีวิตให้กระบี่เล่มนี้อย่างมาก นักพรตจื่ออิ้นแย้งกลับว่าทุกคนในอูเหมิงต่างก็ต้องสละชีวิตเพื่อให้กระบี่เล่มนี้ มีเพียงหยุนซีเท่านั้นที่รอดชีวิตมาได้ แม้เฝินจี้จะเป็นกระบี่มารที่ทรงพลังแต่ก็ไม่อาจควบคุมร่างกายของเด็ก 10 ขวบให้ไปเข่นฆ่าใครได้ หากทางโยวตูต้องการปิดผนึกกระบี่ก็ต้องรักษาชีวิตของหยุนซีด้วย ถ้าทำไม่ได้ตนก็ไม่อาจส่งมอบกระบี่ให้ ท่านยายได้ยินดังนั้นจึงถามนักพรตจื่ออิ้นว่า แม้จะมีอีกหลายชีวิตที่ต้องสูญเสียไปเพราะกระบี่เล่มนี้ นักพรตจื่ออิ้นก็ไม่สนใจเลยหรือ นักพรตจื่ออิ้นตอบว่าสำหรับตนแล้วจะชีวิตเดียวหรือล้านชีวิตก็ไม่แตกต่างกัน ดังนั้น หยุนซีจึงมีสิทธิที่จะอยู่ต่อ และไม่ควรมีใครมาชี้เป็นชี้ตายแทนเจ้าตัว

บรรดาผู้อาวุโสแห่งโยวตูได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโกรธจึงคิดที่จะลงมือสั่งสอนนักพรตจื่ออิ้น ท่านยายเห็นดังนั้นก็รีบห้ามเอาไว้ หลังจากนั้นท่านยายก็ขอเวลาหารือกับเหล่าผู้อาวุโสแห่งโยวตูก่อน โดยบอกให้นักพรตจื่ออิ้นรอฟังคำตอบอยู่ที่โยวตู เมื่อท่านยายขอให้นักพรตจื่ออิ้นวางใจและมอบกระบี่เฝินจี้ให้ตน นักพรตจื่ออิ้นจึงยอมมอบกระบี่ให้แต่โดยดี

เรื่องย่อ หนุ่มออฟฟิศพิชิตฝัน (Misaeng) ตอนที่ 8

ซังฮยอนถามคือแรว่าจบจากที่ไหน เขาคาดว่าจะได้ยินชื่อมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกจากปากของคือแร แต่แล้วซังฮยอนและพนักงานฝึกหัดคนอื่นๆ ก็ถึงกับอึ้ง เมื่อคือแรตอบตามตรงว่าตนมีวุฒิเทียบเท่าระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเพียงแค่นั้นหลังทานอิ่มแล้วเหล่าพนักงานฝึกหัดก็พร้อมใจกันเดินออกจากโรงอาหารโดยทิ้งคือแรไว้ตามลำพัง ยองอีเห็นคือแรนั่งทานข้าวคนเดียวจึงขอนั่งด้วยและกล่าวขอโทษที่คุณพูดจาล่วงเกินเขาก่อนหน้านี้ คือแรรับคำขอโทษหน้าตาเฉย ทำให้ยองอีรู้สึกแปลกใจเพราะปกติแล้วคนทั่วไปชอบบอกว่าไม่เป็นไร

หลังเลิกงานคือแรเดินกลับบ้านอย่างห่อเหี่ยว เขานึกถึงตอนที่แอบได้ยินพนักงานฝึกหัดคนอื่นๆ เอ่ยถึงตนอย่างดูถูก ทุกคนไม่พอใจที่บริษัทเลือกปฏิบัติโดยรับคนที่ขาดคุณสมบัติเข้าทำงาน รองหัวหน้าทีมข้างทรัพยากร (ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของเหล่าพนักงานฝึกหัดในกลุ่มซัง ฮยอนและเพ็คกี) บอกทุกคนให้ทำใจและเป็นมิตรกับคือแรเข้าไว้ เพราะคือแรคงทำงานที่นี่ได้ไม่นาน (บริษัทไม่ที่ว่างสำหรับคนอย่างเขา) ระหว่างทางกลับบ้านคือแรเห็นเหล่าพนักงานออฟฟิศพากันมานั่งสังสรรค์หลังเลิกงานอย่างแฮปปี้จึงอดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ พอ กลับถึงบ้านคือแรก็โยนเกมพาตุกใส่ตู้เสื้อผ้าด้วยความโกรธ

ตั้งแต่เล็กจนโตคือแรทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับการเรียนรู้ ฝึกฝน และแข่งขันเกมพาตุก ด้วยหวังว่าสักวันจะเป็นผู้เล่นมืออาชีพ หลังนึกถึงเรื่องราวในอดีตแล้วเขาก็พูดประโยคเดิมกับคนดูว่า “หนทางไม่ได้มีไว้ให้คนเดินเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีไว้เพื่อให้ให้คนก้าวไปสู่จุดหมาย หนทางที่ไม่อาจไปต่อได้ย่อมไม่ใช่หนทาง หนทางเปิดกว้างสำหรับทุกคน แต่ใช่ว่าทุกคนจะก้าวไปบนหนทางนั้นได้…”

ครั้งหนึ่งอาจารย์ขอให้คือแรหยุดทำงานพาร์ทไทม์ถ้ายังอยากเเป็นนักเล่นเกมพาตุกระดับมืออาชีพ อาจารย์รู้ว่าครอบครัวของคือแรยากจนแถมพ่อก็กำลังป่วย แต่การลงแข่งขันในคราวนี้จะเป็นเครื่องชี้ชะตาของเขา และเป็นโอกาสสุดท้ายที่เขาจะได้ลงแข่งขันในนามชมรมเด็กนักเรียน หากไม่ชนะในปีนี้โอกาสที่เขาจะได้เป็นนักแข่งมืออาชีพก็จะเลือนลางลง (ที่ผ่านมาคือแรมัวแต่ห่วงหน้าพะวงหลังจนทำให้เสียสมาธิและพ่ายแพ้หลายครั้งทั้งๆ ที่เล่นเก่งขั้นเทพ แถมยังอ่านตำราพาตุกระหว่างทำงานพาร์ทไทม์อีกด้วย) โชคร้ายที่พ่อของเขามาด่วนจากไปเสียก่อน และนั่นก็เป็นจุดสิ้นสุดของหนทางในการไล่ล่าความฝัน (เขาลงแข่งในช่วงที่กำลังไว้ทุกข์ให้พ่อและแพ้การแข่งขันชิงแชมป์ระดับผู้เรียน)

เรื่องย่อ จอมกษัตริย์ตำนานอักษร (Deep Rooted Tree) ตอนที่ 6

โตลบ๊กเองก็แอบขโมยสิ่งของบางสิ่งบางอย่างมาให้ทัมเช่นกัน พอคิดว่าเป็น ‘ยอนจี’ (ชาดทาปาก) ทัมก็ตื่นเต้นดีใจ โตลบ๊กทำหน้าเศร้าพลางชี้ว่าที่กระปุกมีรอยแตกนิดหน่อย ทัมจึงปลอบใจว่าไว้คราวหน้าค่อยขโมยยอนจีที่ไม่มีตำหนิมาให้คุณใหม่ โตลบ๊กรับปากจากนั้นขอให้ทัมไปขโมยด้ายมาเพิ่มจะได้ปักอักษรบนถุงผ้าให้เสร็จ ซึ่งทัมเองก็รับปากเช่นกัน โตลบ๊กเห็นทัมทาปากทั้งๆ ที่ไม่กระจกจึงช่วยทาให้ เขาไม่เพียงทาปากให้คุณ แต่ยังแต้มสีเป็นจุดลงบนแก้มทั้งสองข้างของทัม (เหมือนจุดแดงบนแก้มเจ้าสาว) อีกด้วย

เมื่อทั้งคู่เดินกลับมาที่บ้านใต้เท้าชิม-อน ก็พบว่ามีทหารจำนวนมากบุกมาที่บ้านและใช้ไม้ทุบตีเหล่าทาสรับใช้อย่างโหดเหี้ยม โตลบ๊กเห็นพ่อโดนทหารเตะและทุบตีจึงรีบเข้าไปช่วยและพาพ่อหนีออกมา ถือว่ายังโชคดีที่ในตอนนั้นพ่อของทัมไม่อยู่ในบ้าน คุณจึงรีบหนีไปพร้อมโตลบ๊กและซ็อกซัม พอรู้ว่าเหล่าทหารบุกมาจับใต้เท้าชิม-อนซึ่งเป็นถึงพระสสุระของพระราชา ชิมจองจึงตำหนิแล้วถามว่าใครกันช่างบังอาจ พอรู้ว่าทหารทำตามราชโองการเขาก็ถึงกับอึ้ง ขณะที่นายหญิงอัน (เมียใต้เท้าชิม-อน) ถึงกับเป็นลมล้มพับ

หลังพาพ่อหนีออกมาแล้วโตลบ๊กก็ช่วยพันแผลให้ แต่ซ็อกซัมยังคงห่วงนายหญิงจึงพยายามที่จะกลับไปช่วย โตลบ๊กจึงมัดมือมัดเท้าซ็อกซัมเอาไว้แล้วบอกว่าตนจะกลับไปดูลาดเลาที่บ้านใต้เท้าชิม-อนเอง โตลบ๊กเห็นทัมเป็นห่วงพ่อเลยปลอบว่าพ่อของคุณไม่อยู่ในบ้านจึงน่าจะหนีไปก่อนหน้านั้นแล้ว จากนั้นก็ชวนคุณไปดักรอพ่อที่หน้าบ้านใต้เท้าชิม-อน

เมื่อ “พระมเหสีโซฮยอน” ทราบข่าวว่าอาของตนถูกทหารหลวงบุกไปจับตัวถึงในบ้านก็รู้สึกตกอกตกใจ ขณะที่น้องชายและคนใกล้ชิดของใต้เท้าชิม-อนถูกนำตัวมาไต่สวนและทรมานเพื่อให้บังคับให้ยอมรับ ส่วนอดีตพระราชาตลอดจนเหล่าบรรดาขุนนางพากันมานั่งตกปลา ครั้นอดีตพระราชาจับปลาได้เป็นคนแรกเหล่านักดนตรีก็เริ่มบรรเลงเพลง (แต่จับได้แล้วพระองค์ก็ปล่อยปลาลงน้ำตามเดิม) มัลแซงเผ่านาทูลว่า “คัง ซังอิน” ให้การพาดพิงถึงบุคคล 3 คน (ปาร์ค ซ็อบ, ลีควาน, ชิมจอง) ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครยอมพูดให้ร้ายใต้เท้าชิม-อนแม้จะถูกทรมานอย่างหนัก อดีตพระราชาไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงยังคงดึงดันทั้งๆ ที่รู้ว่าพระองค์วางหมากไว้หมดแล้ว มัลแซงทูลอย่างเป็นกังวลใจว่าถ้าทุกคนยังปากแข็งอย่างนี้ต่อไปมีหวังอยู่ไม่พ้นคืนนี้แน่ แต่อดีตพระราชาโยนเบ็ดลงไปในน้ำอย่างใจเย็น ก่อนถามถึงพระเจ้าเซจงซึ่งเป็นพระโอรสและพระราชาองค์ปัจจุบัน

เรื่องย่อ โอละพ่อ…ละครอลเวง (The King of Dramas) ตอนที่14

จินวานสั่งเลขาของตน (เลขาคิม) ให้รีบติดต่อนักเขียนลี มีฮุน (นักเขียนบทมือหนึ่ง) ก่อนแอนโธนี่ และให้โอนทุกสายที่เลขาชเวต่อให้แอนโธนี่มาที่โต๊ะของตน ในตอนนั้นแอนโธนี่กำลังหว่านล้อมนักเขียนคิม (ซึ่งอยู่ในสายหนึ่ง) โดยบอกว่าตนจะให้ค่าจ้างมากกว่าบริษัทเชกุก 10 ล้านวอน (จาก 30 เป็น 40 ล้านวอนต่อตอน หรือตอนละกว่า 1.2 ล้านบาท) เมื่อเลขาชเวบอกว่านักเขียนปาร์ครออยู่ที่สายสอง แอนโธนี่ก็ขอให้นักเขียนคิมรอสายและลองพิจารณาดูให้ดี เลขาคิมจึงฉวยโอกาสโอนสายนักเขียนคิมไปที่ห้องของจินวาน พอรู้ว่าแอนโธนี่จะจ่ายค่าเขียนบทให้นักเขียนคิมตอนละ 40 ล้านวอน จินวานก็ขำกลิ้ง เขาบอกนักเขียนคิมว่าแอนโธนี่เพิ่งจะโดนไล่ออกแถมคำพูดยังเชื่อถือไม่ได้ จากนั้นก็เตือนว่านักเขียนคิมเซ็นสัญญากับบริษัทตนแล้ว ถ้าจะฉีกสัญญามีหวังโดนปรับอ่วมแน่ๆ

แอนโธนี่ (ซึ่งบอกให้เลขาของตนพยายามติดต่อนักเขียนลี และรอสายนักเขียนลีอยู่) คิดว่านักเขียนปาร์คเป็นห่วงเรื่องค่าปรับจึงบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง หากได้เม็ดเงินลงทุนแล้วตนจะรีบเคลียร์ให้ทันที จากนั้นก็ย้ำว่าตนคือ…แอนโธนี่! ด้านจินวานกล่าวกับนักเขียนคิมว่า ตนยอมรับว่าแอนโธนี่ทั้งเก่งและมีไหวพริบ แต่อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้แอนโธนี่แก้บทละครเรื่องแรงรักแรงแค้นของนักเขียนจองจนเละเทะ

แอนโธนี่บอกนักเขียนปาร์คว่าตนไม่ได้ทำบทเละตุ้มเปะ แต่ทำให้ละครแรงรักแรงแค้นมีเรตติ้งทะลุ 30% และขึ้นแท่นชั้นหนึ่งต่างหาก เขารับปากว่าจะดูแลนักเขียนปาร์คดุจนักเขียนแห่งชาติและจะเทกระเป๋าจ่ายค่าจ้างให้ตอนละ 50 ล้านวอน (กว่า 1.2 ล้านบาท) ดังนั้น จึงขอให้นักเขียนปาร์คลองคิดดูและอย่าพึ่งจะวายสาย พอพักสายนักเขียนปาร์คแล้วแอนโธนี่ก็ถามเลขาชเวว่าติดต่อนักเขียนลีได้หรือยัง พอรู้ว่ายังติดต่อไม่ได้เขาก็กลับไปคุยกับนักเขียนคิมอีกรอบ แต่นักเขียนคิมอ้างว่ายังคิดไม่ตกเลยขอเวลาคิดดูก่อน

ในที่สุด เลขาชเวก็โอนสายนักเขียนลีมาให้แอนโธนี่จนได้ แอนโธนี่กำลังจะคุยกับนักเขียนบทคนสำคัญ แต่แล้วอยู่ๆ โกอึนก็หิ้วถังบรรจุน้ำส้มเผ่านาในห้องและสาดน้ำส้มใส่แอนโธนี่ทันที (ในมือของเขายังคงถือโทรศัพท์อยู่) หลังเอาคืนแอนโธนี่แล้ว โกอึนก็ประกาศก้องว่า “ชั้น…ลี โกอึน! คนที่ถูกทำลายอนาคตในแวดวงนี้…เพราะคุณ!”

เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรติดตามชมได้ใน “โอละพ่อ…ละครอลเวง (The King of Dramas)” ทางช่อง 7 สี

เรื่องย่อ หม่าฟู่หยา หัวใจเพื่อบัลลังก์ (The Glamorous Imperail Concubine) ตอนที่ 4

ทหารแคว้นฉู่เห็นฟู่หย่าหนีเข้าไปซ่อนตัวในที่ประทับชั่วคราวของรัชผู้สืบสกุลเหลียนเฉิง จึงบุกไปขอให้ทหารองครักษ์ของแคว้นเป่ยฮั่นส่งตัวฟู่หย่ามาให้พวกตน (ทหารเป่ยฮั่นไม่รู้ว่ามีผู้บุกรุก ขณะที่ทหารแคว้นฉู่ไม่รู้ว่ารอบๆดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นที่ประทับชั่วคราวของรัชผู้สืบสกุลเหลียนเฉิง จึงเกิดการเผชิญหน้าและหันอาวุธเข้าหากัน) เหลียนเฉิงซึ่งกำลังเบื่อชีวิตและอยากหนีจากการเป็นองค์รัชผู้สืบสกุล  ไม่รู้ว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเป็นใครและบุกรุกเผ่านาโดยมีจุดหมายอะไรกันแน่ จึงใช้มีดสั้นจ่อไปที่ลำคอของคุณเพื่อให้เป็นการข่มขู่พลางถามว่าคุณเป็นใคร ฟู่หย่าตอบเพียงว่าตนก็แค่ต้องการหลบหนี เหลียนเฉิงซึ่งกำลังรู้สึกอึดอัดและอยากหลบหนีเช่นกันถามฟู่หย่าว่า คิดว่าหนีพ้นหรือ ฟู่หย่าตอบว่าต่อให้หนีไม่พ้นตนก็ต้องคิดหาหนทางหลบหนีให้ได้

หลังถูกบีบให้ส่งตัวนักโทษ ผู้ติดตามรัชผู้สืบสกุลเหลียนเฉิงจึงบอกทหารแคว้นฉู่ว่าพวกตนเป็นผู้อัญเชิญราชสาสน์จากแคว้นเป่ยฮั่น เขาไม่รู้ว่าฟู่หย่าแอบเผ่านาซ่อนตัวจึงกล่าวว่าน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่ทหารแคว้นฉู่ไม่สนใจและพยายามบุกเข้าไปตรวจค้น ปรากฏว่าฟู่หย่าจับตัวรัชผู้สืบสกุลเหลียนเฉิงเป็นตัวประกัน จากนั้นก็ร้องขอม้า 1 ตัวแล้วพารัชผู้สืบสกุลเหลียนเฉิงหนีไป ทหารแคว้นฉู่จะตามไปจับกุมฟู่หย่า แต่ถูกทหารเป่ยฮั่นขวางเอาไว้เพราะเกรงว่าองค์ชายรัชผู้สืบสกุลของพวกตนจะเป็นอันตราย

“หม่าเซียงอวิ๋น” (ธิดาของหม่าอี้ฟาง) ซ้อมเต้นระบำบัวทองแล้วเกิดพลาดล้มลงต่อหน้าต่อตาสาวใช้ คุณจึงสั่งให้ทหารนำตัวสาวใช้คนดังที่ได้กล่าวมาแล้วไปตัดหัวเพื่อให้เป็นการปิดปาก เพราะกลัวว่าหากเรื่องนี้ถูกแพร่งพรายออกไปจะทำให้ภาพลักษณ์ของการเป็นองค์หญิงที่สวยและเก่งที่สุดในแคว้นฉู่เสียหาย จิ้งรั่วปลอบใจเซียงอวิ๋นว่าระบำบัวทองเป็นการร่ายรำที่ค่อนข้างยาก สมัยที่ตนเรียนก็พลาดล้มบ่อยๆ  ที่สำคัญความชำนาญในการร่ายรำของเซียงอวิ๋นในตอนนี้ถือว่าดียิ่งกว่านางรำเกือบทุกคนแล้ว เซียงอวิ๋นได้ยินดังนั้นจึงรู้ว่ายังมีคนที่ร่ายรำได้ดีมากยิ่งกว่าคุณ ถึงกระนั้นคุณก็ลั่นวาจาว่าจะไม่ยอมเป็นสองรองใคร เซียงอวิ๋นถามจิ้งรั่วว่าลีลาการร่ายรำของตนสู้ฟู่หย่าได้ไหม พอเห็นจิ้งรั่วอ้ำอึ้งไม่ยอมตอบ เซียงอวิ๋นก็รู้ว่าความชำนาญของตนยังไม่อาจเทียบชั้นหม่าฟู่หย่า

เรื่องย่อ รักทะลุมิติ (Love Weaves Through a Millennium) ตอนที่ 8

พอรู้ว่าตนเองทำพลาดเซียงเซียงก็ไปนั่งดื่มเหล้าแก้กลุ้มตามลำพังเพราะคิดว่าคงไม่ได้รับเลือกแน่ เมื่อจินจิงโทรฯ มาถามผลการออดิชั่น เซียงเซียงก็บอกว่าไม่มีหวังและโทษว่าเป็นความผิดของอวี๋เฟย หากคุณรู้แต่แรกว่าอวี๋เฟยรับบทพระราชาธิราชฮั่นเฉิง คุณไม่มีวันไปออดิชั่นละครเรื่องนี้เด็ดขาด หลังจากนั้นเซียงเซียงก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้จินจิงฟัง แม้จะเข้าใจความรู้สึกของเซียงเซียงและคิดว่าอวี๋เฟยสมควรโดนตบ แต่จินจิงอดตำหนิไม่ได้ที่เซียงเซียงไม่เป็นมืออาชีพและทำลายโอกาสดีๆ ของตนเอง เซียงเซียงจึงเปรียบจินจิงเป็นหลวงจีนฝาไห่ที่ไม่เข้าใจความรัก (ฝาไห่เป็นพระเถระผู้มีอาคมสูงที่พยายามขัดขวางความรักระหว่างบัณฑิตชายหนุ่มกับปิศาจงูขาว – ในวรรณกรรมและละครนางพญางูขาว) จินจิงคิดว่าเซียงเซียงเริ่มพูดเพ้อเจ้อจึงถามว่าคุณเมาเหล้าหรือเมารักกันแน่ เซียงเซียงโกหกว่าคุณดื่มแค่ขวดเดียว จากนั้นก็ตัดบทด้วยการบอก (โกหก) ว่าถึงแม้จะไม่ผ่านการคัดเลือกแต่เป็นอย่างงี้ก็ดีเหมือนกัน (เพราะไม่ต้องร่วมงานกับอวี๋เฟย)

ขณะยืนรอรถเมล์ มีเบอร์แปลกๆ โทรเผ่านือถือของเซียงเซียง ครั้นพอคุณรับสายก็รู้สึกแปลกใจเมื่อพบว่าเป็นอวี๋เฟย อวี๋เฟยตัดพ้อว่าเซียงเซียงทำเกินไปเพราะนอกจากจะไม่มีเบอร์ตนแล้ว คุณยังจำเสียงของตนไม่ได้อีกด้วย อวี๋เฟยมองว่าเซียงเซียงพูดลิ้นพันกันจึงถามว่าคุณเมาหรือ เขาอ้างว่าตนรู้สึกไม่ค่อยสบายและกำลังจะไปโรงพยาบาลเลยอยากให้เซียงเซียงมาเยี่ยม แต่เซียงเซียงไม่หลงกลซ้ำยังถามกึ่งประชดว่าร่างกายเขาย่ำแย่เพราะปาร์ตี้กับสาวๆ หนักเกินไปงั้นหรือ อวี๋เฟยแหย่ว่าใบหน้าตนผิดรูปเพราะเซียงเซียง ก่อนบ่นว่าที่ผ่านมาตนงานยุ่งมากทำให้พักน้อยเกินไป แถมยังนอนไม่ค่อยหลับอีกด้วย

เซียงเซียงเตือนว่าอย่าหาเงินแบบหักโหมมากเกินไป ที่ผ่านมาเขามักอดหลับอดนอนแถมยังไม่คอยทานอาหารแล้วจะหลับสนิทได้อย่างไร คุณรู้ว่าเขากำลังจะออกไปสังสรรค์จึงไม่อยากเสวนาเรื่องไร้สาระด้วย พอรู้ว่าเซียงเซียงจะวางสาย อวี๋เฟยจึงถามว่าไม่อยากรับบทสวี่ฮองเฮาหรือ เซียงเซียงได้ยินดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกโกรธ คุณยอมรับว่าตนอยากเล่นบทนี้ใจจะขาด จากนั้นก็ตำหนิเขาที่ดันยั่วโมโหคุณจนทำให้การออดิชั่นเละไม่เป็นท่า คุณห้ามไม่ให้เขาเผ่านายุ่งเรื่องของคุณอีกเพราะตอนนี้พวกตนไม่มีความเกี่ยวข้องกันแล้ว และพูดกรอกหูเขาว่าอย่าชำรุดทรุดโทรมารบกวนคุณอีก จากนั้นก็ตัดสายทิ้งทันที

เรื่องย่อ 4 พยัคฆ์ มือปราบพญายม (The Four 2015)

บทประพันธ์: เวินรุ่ยอัน (หรือ “อุนสุยอัน” – นักเขียนนวนิยายกำลังภายในชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน)
กำกับ: เหลียงเซิ่งเฉวียน (ชาวฮ่องกง), หวงจวิ้นเหวิน (ชาวฮ่องกง)
เขียนบท: หยางหลินเยี่ยน, หวังจาง
แนวละคร: กำลังภายใน
จำนวนตอน: 48
ออกอากาศ: จีน – 17 มีนาคม 2558 – 3 มิถุนายน 2558 ทางหูหนานทีวี
ไทย – ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 02.10 น. ทางช่อง 7 สี (ช่อง 35) ตั้งแต่คืนวันที่ 8 พฤษภาคม 2560 – 5 กรกฎาคม 2560
เรื่องย่อ

ในยุคกลางของราชวงศ์หมิงมีสุดยอดผู้พิทักษ์ที่คอยปกป้องคุ้มครองเมืองหลวงจากจอมวายร้ายจนโด่งดังเป็นที่เลื่องลือ ประกอบด้วย “จูเก่อเจิ้งหว่อ” ผู้บัญชาการจวน “เสินโหว” (ที่ตั้งหน่วยสืบสวนสอบปากคำพิเศษและองครักษ์ที่ขึ้นตรงต่อฮ่องเต้) และสี่สุดยอดมือปราบชายหนุ่มรูปงาม ได้แก่ “เหลิ่งเซว่” (เลือดเย็น), “อู๋ฉิง” (ไร้ใจ), “จุยมิ่ง” (ล่าวิญญาณ) และ “เถี่ยโส่ว” (หมัดเหล็ก)

แต่แล้วอยู่ๆ ก็เกิดคดีสะเทือนขวัญขึ้นในเมืองหลวงหลังสี่จอมวายร้าย (เยี่ยนจ้าว, ถังโฉว, ถูหว่าน และจ้าวห่าว) ซึ่งถูกจูเก่อเจิ้งหว่อจับตัวและจองจำมานานกว่าสิบปี ได้แหกคุกใต้ดินเทียนซานและถูก “อันซื่อเกิ่ง” ส่งมาท้าประลองกับสี่มือปราบชายหนุ่มซึ่งเป็นลูกศิษย์ของจูเก่อเจิ้งหว่อแบบตัวต่อตัว หลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดชนิดผ่านวันผ่านคืน ในที่สุดสี่ยอดมือปราบก็สามารถจับตัวจอมวายร้ายทั้งสี่ได้ แต่สุดท้ายกลับถูกคนของ “ลิ่วซ่านเหมิน” (องค์กรพิเศษของทางการ มีหน้าที่หลักในการไต่สวนและพิจารณาคดีทั่วไปในยุทธภพ แต่ก็ทำการสืบสวนด้วยเช่นกัน) แย่งผลงานด้วยการคุมตัวสี่จอมวายร้ายไปไต่สวนเสียเองโดยอ้างว่าเป็นที่รับผิดชอบของพวกตน แถม “หานหลง” ผู้บัญชาการหน่วยลิ่วซ่านเหมินยังนำป้ายทองพระราชทานของฮ่องเต้มาข่มขู่สี่ยอดมือปราบอีกตามเคย

นึกไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วอันซื่อเกิ่งส่งสี่จอมวายร้ายมาเป็นเหยื่อล่อเพื่อให้เบี่ยงเบนความสนใจของสี่ยอดมือปราบและหน่วยลิ่วซ่านเหมิน เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือการส่งนางจิ้งจอกเก้าหางไปฆ่าล้างครัวสี่ขุนนางใหญ่ในราชสำนักหมายทำให้ราชสำนักและบัลลังก์ฮ่องเต้ซวดเซ สี่ยอดมือปราบจึงแยกย้ายกันลงที่ทางไต่สวนตามคำสั่งจูเก่อเจิ้งหว่อ หานหลงเห็นดังนั้นจึงสั่งให้ลูกน้องสะกดรอยตามยอดมือปราบทั้งสี่ หลังตรวจตราที่ทางเกิดเหตุสี่ยอดมือปราบพบว่าวิธีฆ่าของคนร้ายนั้นไม่ธรรมดาและไม่ทิ้งร่อยรอยอะไรก็แล้วแต่มิหนำซ้ำศพของเหยื่อทุกรายยังสลายหายไปต่อหน้าต่อตาทุกคนอีกด้วย